เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา กลุ่มงานพัฒนาสื่อนวัตสพป.อบ.๓ ได้จัดประชุมผู้บริหารโรงเรียนแม่ข่ายคุณธรรม จำนวน ๑๘ เครือข่าย ซึ่งการจัดเครือข่ายคุณธรรมในปีนี้ ได้ปรับเปลี่ยนใหม่จำนวนที่เคยมี ๒๒ เครือข่ายลดเหลือ ๑๘ เครือข่ายทั้งนี้เพื่อให้มีความเหมาะสมและเท่ากับเครือข่ายปกติ
การดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่ ๒ ในปีนี้สพฐ.ได้จดสรรงบประมาณลงไปในพื้นที่(เครือข่าย) โดยเฉลี่ยแล้วคำนวญตามจำนวนโรงเรียนในเครือข่ายซึ่งแต่ละเครือข่ายจะได้รับจัดสรรไม่เท่ากัน
กิจกรรมที่ดำเนินการในปีนี้ยังเป็นกิจกรรมเดิมที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามกลยุทธ์ ซึ่่งประกอบด้วย
๑.โครงงานคุณธรรมสำนึกดี (CSR : corporate social responsibility)เป็นการดำเนินกิจกรรมด้วยจิตอาสาที่ส่งผลต่อสังคมใกล้/ไกลบนฐานคุณธรรมเศรษฐกิจพอเพียง คิด พูด วางแผน บริหารด้วยจิตอาสา แบ่งปัน ตรงไปตรงมา รักษาสิ่งแวดล้อมเน้น avoid และโครงงาน "เยาวชนไทยทำดี ถวายในหลวง" กิจกรรมนี้ต้องการให้นักเรียนได้รวมกลุ่มกันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนงานที่ทำควรเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่เหมาะสมกับเด็กที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นงานของโรงเรียนซึ่งครูที่ปรึกษาหรือผู้บริหารจะต้องกำกับและคอยชี้แนะ
๒.กิจกรรมค่ายพระ ครู ผู้ปกครอง เป็นกิจกรรมที่ต้องการให้เครือข่ายคุณธรรมได้นำผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบได้มาแลกเปลี่ยน หารือกันในด้านการดูแลนักเรียน ปัญหาที่เกี่ยวกับยาเสพติด ปัญหาที่มีอยู่ในชุมชนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการช่วยเหลือ ช่วยป้องกัน และช่วยแก้ปัญหาร่วมกัน(บ้าน วัด โรงเรียน)
๓.กิจกรรมศูนย์การเรียนรู้พุทธศาสนาสร้างจิตอาสาชุมชน แต่ละศูนย์ควรมีข้อมูลผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือ มีข้อมูลผู้ที่จะรับการช่วยเหลือ การช่วยเหลือ เป็นไปได้ทั้ง ด้านความรู้ การช่วยในด้านแรงงาน การให้ทุนสนับสนุน ซึ่งสิ่งที่ต้องดำเนินการอันดับแรกคือ สำรวจผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สรุปว่าต้องการให้ช่วยในด้านใด วิเคราะห์และช่วยหาแหล่งให้การช่วยเหลือ
แนวทางในการดำเนินการนั้น แต่ละเครือข่ายควรดำเนินการดังนี้
๑.แม่ข่ายทีได้รับงบประมาณและเป็นจุดเบิก - จ่ายงบประมาณ จัดทำโครงการรองรับ
กำหนดระยะเวลาที่ดำเนินงานไม่เกิน วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๔
๒.แม่ข่ายเชิญโรงเรียนในเครือข่าย ประชุมวางแผนการทำงานร่วมกันเช่น ก่อนการดำเนิน ระหว่างการดำเนินงาน และหลังการดำเนินงานทำอะไรบ้าง
๓.รายงานผลการดำเนินงานให้ สพป.ทราบ
๔.ทุกเครือข่ายต้องจัดให้มีสำนึกความเป็นไทยให้กับนักเรียนในเรื่อง ธงชาติ เลขไทย พุทธศักราช ภาษาไทย สัญญลักษณ์ประจำชาติไทย(ช้างไทย ดอกราชพฤกษ์ ศาลาไทย) ผ้าไทย เพลงไทย การไหว้ การใช้โต๊ะหมู่บูชา ความจงรักภักดี วิจัยจราจร การเข้าคิว) พยายามบูรณาการในทุกกิจกรรม
๕.กลุ่มเครือข่ายคุณธรรมให้เตรียมแสดงนิทรรศการผลการดำเนินการในรอบปี ในวันที่มีการติดตามจาก สพฐ.ด้วย
ในความหวังที่ต้องการให้เกิดในการจัดกิจกรรมตามกลยุทธ์นี้กับการจัดกลุ่มเครือข่ายคุณธรรมให้เท่ากับกลุ่มเครือข่ายปกติเพื่อให้เกิดความร่วมมือ ร่วมกันวางแผนและพัฒนาในกลุ่มเครือข่าย ซึ่งก็หวังว่าปัญหาและอุปสรรคในปีนี้คงลดน้อยลงและราบรื่นมากยิ่งขึ้น
วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
มาฆบูชา
วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ในปีนี้ ตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่งคือ วันมาฆบูชา "มาฆบูชา" ย่อมาจาก มาฆปูรณมีบูชา ซึ่งหมายถึงการบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ(อินเดีย) ซึ่งตรงกับเดือน ๓ ของไทย(ตามปฏิทินทางจันทรคติ)
วันมาฆบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา(เถรวาท)เนื่อด้วยมีเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา ๔ ประการดังนี้
๑.เป็นวันที่พระสงฆ์สาวก ๑,๒๕๐ รูปมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
๒.พระสงฆ์สาวกที่มาล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา(พระพุทธเจ้าบวชให้
๓.พระสงฆ์ที่มาประชุมดังกล่าวล้วนเป็นพระอรหันต์
๔.ตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี(ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓)
กิจกรรมในวันมาฆบูชา ที่ปรากฎโดยทั่วไป จะมีการทำบุญตักบาตรในตอนเช้า และ เวียนเทียนในตอนเย็น ซึ่งพุทธศาสนิกชนทุกท่านควรสละเวลาไปร่วมกันทำบุญ เพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนา(อีกทาง) และเป็นการสร้างสมคุณงามความดี(บุญ)ให้กับตัวเอง
วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553
พ่อแก่ - แม่เฒ่า
จะพบจะพ้องพาน เพียงเสี้ยววารของคืนวัน
...ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน ย่อมร้า้วรานสลายไป
...ขอเถิดถ้าสงสาร อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
...ไม่รักก็ไม่ว่า เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
... เมื่อยามเ้จ้าโกรธขึ่ง ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องให้ยามป่วยไข้ ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
... เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่ แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ผล เติบโตจนสง่างาม
...ขอโทษถ้าทำผิด ขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความ หวังติดตามช่วยอวยชัย
... ต้นไม้ที่ใกล้ฝัง มีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วัง...เวง
พระคุณพ่อ - พระคุณแม่
้พระคุณพ่อ - พระคุณแม่ เป็นคำที่ลึกซึ้ง กินใจและมีความหมายสำหรับลูกทุกคน คุณพ่อคุณแม่เป็นบุพการี(ผู้ทำอุปการะคุณ)ในพระสุตตันฏิฏก ฑีฆนิกาย ปาฏิกวรรค สิงคาลกสูตร เล่มที่ ๑๑ พระพุทธเ้จ้าตรัสว่า คุณพ่อคุณแม่เป็นปุรัตถิมทิศ(ทิศเบื้องหน้า) พระพุทธเจ้าทรงเป็นแบบอย่างในการตอบแทนพระคุณของ
พระพุทธบิดาและพระพุทธมารดา
"ภิกษุทั้งหลาย คุณพ่อคุณแม่เมื่อเห็นฐานะ ๕ ประการนี้ จึงปรารถนาลูก ฐานะ ๕ ประการคือ
๑.ลูกที่เราเลี้ยงมาแล้วจะเลี้ยงเรา
๒.ลูกที่จะช่วยทำกิจของเรา
๓.วงศตระกูลจะดำรงอยู่นาน
๔.ลูกจะปฏิบัติตนให้สมควรรับทรัพย์มรดกไว้
๕.เมื่อเราทั้งสองตายไป ลูกจะทำบุญอุทิศให้
คุณพ่อคุณแม่อนุเคราะห์ลูกด้วยหน้าที่ ๕ ประการ คือ
๑.ห้ามไม่ให้ลูกทำชั่ว
๒.ไม่ให้กลัวการทำความดี
๓.ให้มีความรู้
๔.สู่ขอคู่ครอง
๕.ให้ครองทรัพย์สมบัติ
พระพุทธบิดาและพระพุทธมารดา
"ภิกษุทั้งหลาย คุณพ่อคุณแม่เมื่อเห็นฐานะ ๕ ประการนี้ จึงปรารถนาลูก ฐานะ ๕ ประการคือ
๑.ลูกที่เราเลี้ยงมาแล้วจะเลี้ยงเรา
๒.ลูกที่จะช่วยทำกิจของเรา
๓.วงศตระกูลจะดำรงอยู่นาน
๔.ลูกจะปฏิบัติตนให้สมควรรับทรัพย์มรดกไว้
๕.เมื่อเราทั้งสองตายไป ลูกจะทำบุญอุทิศให้
คุณพ่อคุณแม่อนุเคราะห์ลูกด้วยหน้าที่ ๕ ประการ คือ
๑.ห้ามไม่ให้ลูกทำชั่ว
๒.ไม่ให้กลัวการทำความดี
๓.ให้มีความรู้
๔.สู่ขอคู่ครอง
๕.ให้ครองทรัพย์สมบัติ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


